|
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
|
||||
|
|
"โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หมายถึง การที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ และ/หรือ แข็งได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จ จนเป็นที่น่าพึงพอใจ" ผู้ชายประมาณ 10-20 ล้านคนในอเมริกาพบว่ามีปัญหา โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และ อีก 30 ล้านคนมีปัญหาในบางส่วนหรือเพียงชั่วครั้งชั่วคราว การเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะเพิ่มมากขึ้นตามวัย คือ ประมาณ 1 ใน 20 ของผู้ที่มีอายุ 40 ปี จะพบอาการของโรคนี้ และผู้ที่อายุ 65 ปี ขึ้นไปจะเกิดโรคนี้ถึงประมาณ 15-20 % |
|
|
|||||||
|
|
|
|||||||||
สาเหตุของการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศโดยทั่วไป จะแบ่งออกเป็น สาเหตุจากด้านร่างกาย และสภาพทางด้านจิตใจ ถึงแม้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศจะเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ มาจากสภาพทางด้านร่างกาย แต่สภาพจิตใจที่มีลักษณะวิตกกังวล ซึมเศร้า ขาดความมั่นใจในตัวเองและความสัมพันธ์กับคู่สมรส ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ ฉะนั้นจึงได้มีการรวมเอาทั้งด้านร่างกายและจิตใจมาเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ สาเหตุทางด้านร่างกายและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มาจากสภาพร่างกายที่มีโรคเกี่ยวกับเส้นโลหิต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การใช้ยาบางประเภท อาการผิดปกติทางประสาท (เช่นโรคที่ทำลายบริเวณของเนื้อเยื่อสมองและไขสันหลัง) โรคพิษสุราเรื้อรัง สูบบุหรีจัด การบาดเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกราน (เช่น บริเวณเส้นประสาทของต่อมลูกหมากตายด้าน ,กระเพาะลำใส้อักเสบหรือการผ่าตัดลำใส้บางส่วนทิ้งไป) ความผิดปกติทางฮอร์โมนเพศ การรักษาและการผ่าตัดอื่นๆ สาเหตุด้านจิตใจ จะมาจากพฤติกรรมที่มีลักษณะของความวิตกกังวล ความเครียด ซึมเศร้าและความขัดแย้งในชีวิตสมรส ถึงแม้ว่าโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะสันนิฐานว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่มากขึ้น ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ปัจจัยที่มาจากโรคเส้นโลหิต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็งและโรคอื่นๆ ก็เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วยเช่นกัน |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
ความผิดปกติในการไหลเวียนของกระแสเลือด ระบบประสาท หรือระบบต่อมไร้ท่อสามารถประเมินได้จากการตรวจร่างกายและการทดสอบในห้องปฏิบัติซึ่งจะดู ความเพียงพอของเลือดที่ส่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศโดยสังเกตจากการไหลเวียนของเลือดหรือการวัดความดันในอวัยวะเพศ ในส่วนของระบบประสาทจะประเมินจากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญ และความผิดปกติของต่อมไร้ท่อประเมินจากการตรวจเลือด การวินิจฉัยอย่างกว้างๆของอาการโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมักจะได้จากการศึกษาโดยสังเกตการแข็งตัวของอวัยวะเพศในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งจะประเมินความสามารถของการแข็งตัวของอวัยวะเพศหรือการคงอยู่ในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ โดยการประเมินจะทำในเวลาที่อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวในเวลาที่กำลังหลับอยู่ปกติ ซึ่งผู้ชายที่มีอายุทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์การแข็งตัวของอวัยวะเพศที่เกิดขึ้นเองในเวลาที่กำลังหลับอยู่ ถ้าหากไม่เคยเกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศเองในช่วงเวลาที่หลับบุคคลนั้นอาจจะเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศซึ่งมีสาเหตุมาจากทางด้านร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปัสสาวะได้พยายามร่วมมือกันเพื่อวินิจฉัยและรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยเริ่มจากการตรวจอาการและส่งผู้ป่วยไปรักษากับผู้เชี่ยวชาญในด้านอื่นๆ เช่น นักจิตบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญในเพศศึกษา นักจิตวิทยา จิตแพทย์ ผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับชีวิตคู่ ,ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบเลือด หรือแพทย์ทางประสาทวิทยา เป็นต้น |
|
|||||||||
![]() |
|
|||||||||
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมาจากสาเหตุด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้มาจากด้านร่างกาย การรักษารูปแบบนี้จะมุ่งเน้นในการให้ความรู้กับคนไข้ และลดอาการความวิตกกังวล การรักษาแบบพฤติกรรมบำบัดจะบรรลุผลสำเร็จได้เร็ว คู่สมรสต้องร่วมมือในขบวนการบำบัดด้วย |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
| การฉีดยาเข้าที่อวัยวะเพศด้วยตัวเอง วิธีนี้จะช่วยทำให้เลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงที่อวัยวะเพศมากขึ้น และขณะเดียวกันเลือดที่ออกจากอวัยวะเพศก็ลดลงด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มีสาเหตุมาจากสภาพของร่างกาย การบำบัดด้วยวิธีที่ใช้ยาฉีด เป็นทางเลือกใหม่สำหรับการรักษาของผู้ที่มีปัญหาจากสาเหตุของสภาพร่างกายเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถใช้กับผู้ที่อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มีสาเหตุมาจากด้านจิตใจได้ด้วยเช่นกัน อวัยวะเพศจะแข็งตัวและคงอยู่ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยการฉีดยาในกลุ่ม Papaverine hdrochloride และ Phento laminemesylate หรือ Prostaglandin E-1 จำนวนผู้ชายที่เข้าบำบัดด้วยวิธีนี้ประสบผลสำเร็จถึง 85- 90 % การบำบัดวิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีระบบไหลเวียนของโลหิตมีปัญหาเพราะจะได้รับอันตราย โดยทั่วไปแล้วการเกิดผลข้างเคียงจะมีค่อนข้างน้อย อาจจะมีบ้างที่บางคนเกิดรอยฟกช้ำ เจ็บปวด และเกิดตุ่มเล็กๆในบริเวณที่ฉีดยาเข้าไป สำหรับผู้ชายบางคนที่มีปัญหาอวัยวะเพศแข็งตัวนานกว่าปกติก็สามารถช่วยได้โดยการฉีดยาเพื่อทำให้เส้นเลือดตีบตัว |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยเป็นการใช้อุปกรณ์ที่อยู่ภายนอกเพื่อช่วยให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัว ซึ่งเป็นการประยุกต์โดยการไม่ให้แรงดันเลือดเพิ่มขึ้นในอวัยวะเพศและจะดักเลือดไม่ให้ออกด้วยการใช้ยางที่มีลักษณะเป็นห่วงใส่ไว้บริเวณอวัยวะเพศ การรักษาในรูปแบบนี้จะเป็นวิธีที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนและไม่ทำให้เกิดการติดต่อหรือแพร่กระจายของเชื้อโรค ส่วนข้อเสียคือ จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ชา บริเวณอวัยวะเพศการแข็งและการตั้งของอวัยวะเพศจะไม่มั่นคง ผู้รับการบำบัดและคู่สมรสมักไม่ค่อยยอมรับวิธีการรักษาแบบนี้ ส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือการมีความผิดปกติของเลือด และเลือดได้รับสารทินเนอร์ เช่น การใช้เครื่องสำอางที่มีสารกลิ่น วานิลลา เป็นต้น |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
วิธีการนี้สามารถใช้ได้ ถ้าหากการฉีดยาเข้าภายใน ไม่สามารถทำได้ หรือวิธีการอัดสูญญากาศไม่ประสบความสำเร็จ อวัยวะเพศเทียมเป็นอุปกรณ์ที่ยืดหยุ่นง่ายมาก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นาน และยังมีส่วนประกอบต่างๆที่ค่อนข้างซับซ้อนโดยจะเป็นทรงกระบอกที่สามารถพอง และแฟบได้ตามความต้องการ สำหรับอวัยวะเพศเทียมที่มีลักษณะยืดหยุ่นเพียงชั่วขณะจะมีราคาที่ไม่แพงมาก โดยทั่วไปเมื่อใช้แล้วอวัยวะเพศจะแข็งตัวได้นาน แต่เวลาที่ใช้นั้นจะเกิดความยุ่งยากและเป็นภาระ หรือไม่ก็จะรู้สึกอาย อึดอัดใจที่จะใช้ อวัยวะเพศเทียมจะพองได้นั้นจะต้องใช้การปั๊มด้วยมือเพื่อส่งของเหลวจากที่เก็บสะสมไปยังลูกสูบทรงกระบอกซึ่งจะทำให้เกิดการโป่งออกมาแล้วจึงสอดใส่เข้าไปใน อวัยวะเพศ อุปกรณ์จะมีลักษณะไม่เป็นธรรมชาติในช่วงระหว่างที่ยังไม่ทำงาน จะอ่อนปวกเปียก เมื่อเกิดการพองขยายจะทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีเหมือนการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่เป็นปกติทุกอย่าง อย่างไรก็ตามอวัยวะเพศเทียมอาจจะมีปัญหาความยุ่งยากในการสอดใส่ เช่นต้องทำด้วยความระมัดระวัง จึงเป็นผลทำให้รู้สึกล้มเหลว ไม่มีชีวิตชีวา เทคโนโลยีของอวัยวะเทียมมีความก้าวหน้ามาก และในปัจจุบันมีการพัฒนามากขึ้น กว่าเมื่อก่อน เพื่อให้อวัยวะเพศเทียม เมื่อใช้แล้วไม่มีอุปสรรค มีชีวิตชีวา และไม่ยุ่งยากในการใช้งาน เหมือนในอดีต |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
เป็นการช่วยแก้ไขความผิดปรกติโดยการช่วยกำหนดทิศทางที่ไม่เป็นระบบในการใหลเวียนของเลือดที่เข้าสู่และออกจากอวัยวะเพศให้เป็นระบบ การรักษาด้วยเทคนิคใหม่แบบนี้จะได้ผลดีสำหรับคนหนุ่มๆเนื่องจากผู้ป่วยจะต้องรับทุกทรมานจากอาการเจ็บปวดซึ่งเป็นผลมาจากการผ่าตัดเพิ่มด้วย |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
| มีสาเหตุหลายอย่างที่ทำใหเกิดการผิดปรกติโดยการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศ จึงไม่สามารถที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่า ควรจะระมัดระวังและป้องกันอย่างไร การหลีกเลี่ยงที่จะไม่สูบบุรี่หรือดื่มเหล้ามากเกินไป อาจเป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะควบคุมการไหลเวียนของเลือดที่เข้าไปเลี้ยงอวัยวะเพศ ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวที่ไม่ปรกติในผู้ชายบางคน |
|
|||||||||
|
|
|
|||||||||
เมื่อเลือดได้ใหลเข้าสู่เยื่อบุหุ้มที่ควบคุมเกือบทุกส่วนของอวัยวะเพศก็จะได้รับการกระตุ้นอย่างรวดเร็ว การแข็งตัวจะมีความสลับซับซ้อน โดยการทำงานของระบบต่างๆร่วมกัน ซึ่งประกอบด้วย ชีพจร ระบบประสาท ฮอร์โมน และระบบจิตประสาท ในช่วงที่ขยายออกได้ของเยื่อหุ้มอวัยวะเพศ การเพิ่มระดับของเลือดในการแข็งตัวของอวัยวะเพศจะสูงประมาณ 11 เท่าของอวัยวะเพศที่อยู่ในขณะอ่อนตัว ซึ่งการเพิ่มระดับของเลือดจะทำให้อวัยวะมีขนาดเพิ่มขึ้นและแข็งตัวเต็มที่ ความสมบูรณ์ของระบบการไหลเวียนของเลือดและระบบประสาทมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่เลือดจะไหลเข้าสู่อวัยวะเพศตามปรกติ ในขณะที่ฮอร์โมนมีความจำเป็นต่อการพัฒนาการมีเพศสัมพันธ์ตามปรกติ คำพูดที่สุภาพอ่อนโยนเล้าโลมและระดับฮอร์โมนเพศชายมีความจำเป็นที่จะทำให้มีความปรารถนาทางเพศ และสมรรถภาพของอวัยวะเพศที่จะสามารถแข็งตัวได้ ไม่มีความจำเป็นในการเพิ่มระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนเพศชายเป็นพิเศษ เพื่อที่จะเป็นส่วนช่วยทำให้กิจกรรมทางเพศได้พัฒนาขึ้น ตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ที่ละเมียดละไมระหว่างคู่สมรสต่างหากที่มีความสำคัญ ระบบประสาทและระบบการใหลเวียนของโลหิตจำเป็นจะต้องดูแลรักษาไว้ แต่กระบวนการนี้ยังจะไม่ทำให้เข้าใจได้อย่างร้อยเปอร์เซนต์ การฝึกฝนทางจิตใจก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการมีเพศสัมพันธ์ อาการวิตกกังวล และความเครียด หรือแม้แต่ความมั่นคงทางจิตใจ อาจทำให้สูญเสียความสามารถในการการควบคุมอวัยวะเพศให้แข็งตัวได้ |
|
|||||||||
![]() |
|
|
||||||||
|
|
คำจำกัดความ HEMATOSPERMIA คือการที่มีเลือดไหลออกมาร่วมกับน้ำอสุจิ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการตื่น ตระหนกเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ ซึ่งปรกติแล้วเลือดจะมีมาปนอยู่ในอสุจ ิให้เห็นเพียงสีชมพูอ่อน ๆ หรือสีน้ำตาลจาง ๆ แต่ในเวลาที่มีการหลั่งอาจจะ ปรากฎเป็นสีแดงสด สาเหตุและการวินิจฉัย เลือดที่ปนในอสุจิอาจเป็นผลมาจาก อาการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย การรักษา อาการ HEMATOSPERMIA ส่วนมากแล้วจะเกิดขึ้นไม่นาน และโดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้าหากการหลั่งอสุจิยังคงมีเลือดผสมออกมาอย่างต่อเนื่อง ควรจะไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งสามารถหาสาเหตุและวิธีการรักษาได้ |
|
|
|||||||
|
|
คำจำกัดความ การหลังเร็วหมายถึง อาการที่ไม่สามารถยืดเวลาการหลั่งน้ำอสุจิให้นานขึ้น เพื่อเพียงพอต่อความพึงพอใจในการทำกิจกรรมทางเพศ สาเหตุ อาการการหลั่งเร็วก่อนกำหนดนี้ไม่เกี่ยวกับอวัยวะหรือสภาพร่างกายที่ผิดปกติ แต่อย่างใด สาเหตุเบื้องต้นมาจากสภาพจิตใจเป็นพื้นฐาน ไม่มีวิธีการรักษาที่ ใช้ได้ผลกับอาการหลั่งเร็วได้ แต่มียาบางอย่างเช่น Prozac อาจช่วยลด อาการหลั่งเร็วได้ การวินิจฉัย โดยทั่วไปแล้วเกิดจากความต้องการของผู้ป่วยเกี่ยวกับการที่ไม่สามารถควบคุมการถึงจุดสุดยอดให้ช้าลง และคงความแข็งตัวของอวัยวะเพศให้นานได้ การรักษา อาการหลั่งเร็วจะต้องได้รับการรักษาควบคู่กับการให้คำปรึกษาเทคนิคเบื้องต้นเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อฝ่ายชายเริ่มรู้สึกว่าเขากำลังมีการหลั่งเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เขาอาจจะหยุดการประกอบกิจกรรมทางเพศในทันทีเพื่อเป็นการชลอการหลั่งเอาไว้ก่อน วิธีนี้อาจไม่เป็นผลดีสำหรับการควบคุมการหลั่งเพราะเขาอาจจะค่อยแต่ระมัดระวังว่าจุดสุดยอดใกล้จะถึงเมื่อใด แทนที่จะทำอย่างนั้น เขาควรจะมุ่งมั่นในการปฏิบัติกิจกรรมนั้นต่อไป เพื่อว่าเขาจะสามารถเกิดมีอารมณ์ละเมียดละไมในการร่วมเพศอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงจุดที่มีความตื่นเต้นเร้าใจ เขาจึงควรถอดอวัยวะเพศออก (หรือหยุดกระตุ้นความรู้สึกชั่วขณะหากความรู้สึกนี้เกิดขึ้นก่อนการสอดใส่) และเขาหรือคู่นอนควรใช้นิ้วหรือหัวแม่มือกดเบา ๆ ที่ปลายอวัยวะเพศ วิธีนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งจะช่วยระงับการบรรลุจุดสุดยอดไว้ก่อน และเมื่อรู้สึกดีแล้วก็ให้เริ่มกิจกรรมทางเพศต่อไปได้ วิธีการใช้ความอดกลั้น ด้วยเทคนิค การบีบ นี้จะใช้ได้ผลดี ในการควบคุมการหลั่งเร็วอย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าวิธีนี้ไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จ การรักษาด้วยวิธีการบำบัดทางเพศเป็นวิธีหนึ่งที่โดยทั่วไปแล้วใช้ได้ผลในการจัดการกับปัญหานี้ เนื่องจากอาการหลั่งเร็วจะไม่ค่อยแสดงให้เห็นชัดเจนเหมือนอาการผิดปกติของร่างกายในด้านอื่น |
|
|
|||||||
|
|
|
|||||||||
คำจำกัดความ อาการ Retrograde Ejaculation จะปรากฏขึ้นเมื่อถึงจุดสุดยอดแล้วอสุจิถูกขับเคลื่อนคืนสู่กระเพาะปัสสาวะ แทนที่จะถูกขับออกมาตามท่อและออกทางปลายอวัยวะเพศ อาการนี้โดยตัว ของมันเองแล้วเป็นปรากฏการที่ไม่เป็นอันตรายใด ๆ หากยังมีความต้องการ ตามปรกติ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ควรจะได้รับการแก้ไขด้วย สาเหตุและการตรวจวินิจฉัย อาการ Retrograde Ejaculation จะเกิดขึ้นบ่อยมากกับผู้ชายที่ เป็นโรคเบาหวาน (เนื่องจากการถูกทำลายของเส้นประสาทบริเวณกระเพาะ ปัสสาวะ และส่วนคอของกระปัสสาวะที่ขับให้น้ำเชื้อไหลย้อนกลับ) ความจริงแล้วอาจเป็นอาการแรกที่ทำให้เกิดโรคที่มีความสัมพันธ์กับการทำ งานที่ผิดปกติทางเพศ และ การเพิ่มการใช้ยาบางชนิดโดยเฉพาะยาที่เกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ อาจทำให้เกิดความผิดปกติในการหลั่งน้ำอสุจิ การรักษา ถ้าหากเกิดจากการใช้ยาบางชนิด อาจจะแก้ไขได้โดยการหยุดใช้ยานั้น การใช้ยาทางปากนั้นอาจจะช่วยกล้ามเนื้อช่วงคอของกระเพาะปัสสาวะให้ หดตัว(เช่นยา Sudfed) มิฉะนั้น อาจจะต้องเอาตัวอ่อนกลับคืนออกจาก ถุงอันฑะ เพื่อทำการเพาะเชื้อเทียม |
|
|
||||||||
|
|
|
|||||||||
![]() |
![]() |
|
||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|